วิธีการจ้างเขียนบทความจากฟรีแลนซ์

1

ปัจจุบันการตลาดออนไลน์กำลังมาแรง หลากหลายธุรกิจก็ต้องมีการเปิดเว็บไซต์หรือเฟชบุ้คขึ้นมาเพื่อเปิดช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงและสนใจธุรกิจของเรามากขึ้น เมื่อเปิดขึ้นมาแล้วก็ต้องมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนว่าเรามีอยู่จริง และหนึ่งในการดึงดูดความสนใจจากลูกค้านั่นก็คือ การโพสท์บทความที่น่าอ่านลงไปเพื่อลูกค้าหรือผู้ที่สนใจจะเข้ามาอ่านหรือแชร์ไปเก็บไว้นั่นเอง ทีนี้บทความเหล่านี้จะมาได้อย่างไร โดยสรุปแล้วจะมาได้จากสองช่องทางนั่นก็คือ

  1. จากบริษัทที่จำหน่ายบทความ โดยบริษัทเหล่านี้จะทำมีบทความในหัวข้อต่าง ๆ ไว้บริการลูกค้า ซึ่งอาจจะมีนักเขียนประจำบริษัทหรือทางบริษัทอาจจ้างนักเขียนฟรีแลนซ์อีกทีหนึ่ง ลูกค้าจะติดต่อบริษัทเหล่านี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ที่มีการโปรโมทและตกลงราคากันว่าต้องการบทความประเภทใด แนวไหน ทางบริษัทก็จะขายบทความเหล่านี้ให้กับคุณ
  2. จากนักเขียนโดยตรง มีนักเขียนหลายคนที่สร้างบล็อก เว็บไซต์ หรือเฟชบุ้คขึ้นมาเป็นส่วนตัวแล้วเขียนบทความลงในนั้นเพื่อโปรโมท คุณสามารถลองเข้าไปอ่านบทความของนักเขียนคนนั้น ๆ ว่าน่าสนใจหรือไม่ มีผู้เข้าอ่านมากน้อยเพียงใด หากพอใจก็ติดต่อกับนักเขียนโดยตรงเพื่อตกลงราคาและแนวการเขียนว่าคุณต้องการให้เขาเขียนบทความแนวไหนให้ ดังนี้เป็นต้น

ลักษณะบทความที่ดี

บทความที่น่าสนใจไม่ใช่บทความที่เรียงร้อยด้วยถ้อยคำอันวิจิตรพิสดาร แต่ต้องเป็นบทความที่เป็นประโยชน์ มีภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย ไม่เยิ่นเย้อ กะทัดรัด และผู้เขียนต้องศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการเขียนมาก่อนที่จะถ่ายทอดเป็นสำนวนของตนเองออกมาให้ผู้อ่านได้ฟังไม่ใช่ลอกของเดิมมาทั้งดุ้น การเขียนต้องเขียนออกมาให้มีเนื้อหาที่น่าสนใจและแปลกใหม่น่าติดตาม มีลำดับเรื่องที่เป็นขั้นเป็นตอนไม่ใช่เขียนวกไปวนมา ต้องมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กันของถ้อยความต่าง ๆ วิธีการเลือกสรรคำมาถ่ายทอดก็ทำให้สามารถเพิ่มความน่าสนใจของบทความให้ผู้คนติดตามได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเขียนบทความนั้นก็ต้องแยกแยะตามกาลเทศะของหัวข้อด้วย เช่น บทความทางวิชาการ บทความข่าว บทความแนะนำหรือให้ความรู้ ก็ย่อมมีวิธีการเขียนที่แตกต่างกันไป บทความวิชาการก็ไม่ควรใช้ถ้อยคำที่ไม่เป็นทางการลงไป ในขณะเดียวกันบทความที่เป็นคำแนะนำหรือเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ก็ต้องสอดแทรกถ้อยคำหรือสำนวนที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกรีแลกซ์ ไม่เป็นวิชาการจนเกินไปอีกด้วย คุณสมบัติที่ดีของบทความอีกประการหนึ่งคือ การให้เกียรติของที่มาความรู้ที่นำมาเขียนบทความ ผู้เขียนได้ศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะเขียนมาจากที่ไหนก็ควรใส่เครดิตลงไปด้วย

เมื่อคุณเห็นแนวทางและประโยชน์ของบทความแล้ว ก่อนจะจ้างหรือซื้อบทความจากที่ใดควรศึกษาให้ดี เพราะการเลือกสรรบทความที่ดีก็จะทำให้มีผู้ติดตามหรือสนใจบริษัทของคุณมากขึ้นด้วย

บทความให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกยังไงให้ประสบความสำเร็จ

1

edfawf

 

เมื่อพ่อแม่ทุกคนมีลูกแน่นอนว่าการเลี้ยงดูถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนนั้นยินดีที่จะกระทำให้เพียงเพื่อขอให้ลูกๆ ของพวกเขานั้นเจริญเติบโตขึ้นมาอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ ถึงกระนั้นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนมีความคาดหวังและมีความต้องการอยู่เสมอก็คือ นอกจากจะให้เด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นมาด้วยการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ก็ย่อมอยากที่จะให้เขาเป็นคนดีด้วยเช่นเดียวกัน แล้วพ่อแม่เองจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อให้ลูกได้ดี ลองมาศึกษาวิธีการที่น่าสนใจกัน

  1. ใช้เหตุผลในการเลี้ยงดู – การทำให้เขารู้จักซึมซับการใช้เหตุและผลจะทำให้เด็กรู้สึกว่าไม่ว่าจะกระทำเรื่องอะไรก็แล้วแต่มันจำเป็นจะต้องมีเหตุและผลด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรตามใจตัวเองได้เสมอไป เพราะการเลี้ยงแบบตามใจโดยปราศจากเหตุผลที่ดีจะทำให้เด็กติดนิสัยเคยตัวจนไร้ซึ่งเหตุผลในการใช้ชีวิตข้างหน้า
  2. สอนให้รู้จักผิดชอบชั่วดี – การสอนในความจริงที่ว่าสิ่งไหนดีและสิ่งไหนไม่ดีคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนรู้ว่าเมื่อทำดีผลตอบรับที่ได้คืออะไร และถ้าหากทำไม่ดีผลตอบรับที่ได้จะเป็นอย่างไร โดยกรสอนแบบนี้ควรสอนในสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่สอนแบบจินตนาการหรือชอบทำเป็นคำพูดคำจาหลอกๆ เพื่อให้เด็กแค่รู้สึกกลัวในช่วงเวลานั้น
  3. เข้าใจในความคิดของลูกด้วย – แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กแต่บางครั้งเด็กๆ เหล่านี้กลับรู้สึกว่าตัวเองโตมากพอที่จะมีความคิดเป็นของตัวเองบ้าง และต้องการที่จะนำเสนอความคิดต่างๆ ให้กับพ่อแม่ได้รับรู้ สำหรับผู้เป็นพ่อแม่เองเมื่อลูกมีการออกความคิดเห็นหรือนำเสนอก็ควรที่จะรับฟังพร้อมกับพิจารณาดูบ้าง ไม่ใช่จะเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นหลัก เพราะเมื่อทำแบบนี้เด็กจะรู้สึกไม่อยากคิด ไม่อยากเสนอความคิดเห็นใดๆ ทั้งสิ้น
  4. สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกอยู่เสมอ – เด็กเมื่อช่วงเวลาก้าวผ่านในแต่ละวัยนั้นพฤติกรรมต่างๆ ก็ย่อมที่จะเปลี่ยนแปลงไป นี่เป็นสิ่งที่พ่อแม่เองต้องคอยสังเกตสิ่งเหล่านี้จากลูกอยู่ตลอดเวลาว่าในช่วงอายุแบบนั้นมีสิ่งอะไรที่ผิดปกติไปจากที่เคยเป็นหรือไม่ ถ้าหากมีพฤติกรรมที่แปลกหรือไม่น่าไว้ใจให้รีบพูดคุยกับลูกด้วยถ้อยคำสุภาพและใช้เหตุผลในทันที อย่าปล่อยปะละเลยเอาไว้นาน
  5. ให้โอกาสเขาได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบ – เด็กๆ ทุกคนย่อมมีสิ่งที่รักและชอบแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจจะเป็นไปด้วยวุฒิภาวะที่ตามวัยหรือความชอบส่วนตัวก็ตามแต่ หากไม่ใช่สิ่งที่เสียหายก็ควรที่จะปล่อยให้เขาได้มีโอกาสได้ทำในสิ่งนั้นๆ ตามที่ต้องเองต้องการ

บทความดีๆ เกี่ยวกับการมองโลกในแง่ดี

1

positivewqfwq

 

การสร้างความสุขให้กับตัวเองนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะคนเราไม่ว่าจะยากดีมีจน หรือ รวยล้นฟ้าแค่ไหนสุดท้ายแล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิตก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความตายอยู่ดี การพยายามทำให้ตัวเองมีความสุขจึงถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรที่จะทำมากกว่าสิ่งอื่นใด การมองโลกในแง่ดีเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้นมากได้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามองทุกอย่างบนโลกใบนี้ด้วยแนวความคิดที่ดี ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่สามารถที่จะมาทำลายความรู้สึกของเราได้ แล้วจะทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองเป็นคนมองโลกในแง่ดีและมีความสุขได้ ตรงนี้มีคำตอบ

  1. ต้องรู้จักอารมณ์ของตัวเอง – คนแต่ละคนนั้นมีอารมณ์หรือนิสัยใจคอที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งนั่นถือว่าเป็นสิ่งที่เฉพาะตัวของแต่ละคนที่ใครก็ไม่สามารถจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงได้นอกจากตัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นหากต้องการเป็นคนมองโลกในแง่ดีสิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือทำความเข้าใจกับอารมณ์ของตัวเองเสียก่อนว่าจริงๆ แล้วตัวเองนั้นเป็นคนอารมณ์แบบไหน ถ้าหากเป็นคนขี้หงุดหงิดบ่อย โมโหง่าย นี่คือสิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพราะถ้าหากเป็นแบบนี้ยังไงเสียคุณก็ไม่มีทางมองโลกในแง่ดีได้อย่างแน่นอน พูดง่ายๆ ว่าต้องรู้จักแก้นิสัยอารมณ์ที่ไม่ดีของตัวเองออกไป
  2. พยายามคิดในเรื่องที่เป็นบวกเข้าไว้ – การคิดที่เป็นบวกก็คือให้คิดในด้านดีๆ ของเรื่องดังกล่าวที่เราได้ประสบพบเจอมาแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวที่ย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม อาทิ คุณพ่อเสียชีวิตแน่นอนว่ามันคือความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่และทุกคนจะต้องโศกเศร้า แต่ถ้าหากมองในมุมบวกก็คือมนุษย์ทุกคนยังไงเสียก็ต้องมีวันนี้ที่มาถึงเป็นของตัวเองอยู่ดี เพราะฉะนั้นทำจิตใจให้สงบแล้วเดินหน้าต่อไปดีกว่า แบบนี้ถือว่าเป็นการพลิกวิธีคิดจากเรื่องร้ายๆ ให้กลับมาคิดในด้านบวกและชีวิตก็จะรู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น
  3. คิดและทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าสร้างความสุขให้กับชีวิต – ชีวิตคนเรามันสั้นนักเพราะฉะนั้นอะไรที่คิดว่าคือความสุขของตัวเองเมื่อรู้ดีแล้วก็ให้รีบทำ อย่างไรก็ตามความสุขที่ว่านี้จะต้องไม่ไปเดือดร้อนหรือไปกระทบกระเทือนต่อการใช้ชีวิตของคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่ามีความสุขกายและสุขใจที่ได้คิดและกระทำในสิ่งที่เราชื่นชอบ อาทิ เป็นคนชอบท่องเที่ยวเมื่อมีโอกาสก็อย่าลืมที่จะออกไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ตัวเองต้องการ หรือเป็นคนชอบงานศิลปะก็ให้ทำในสิ่งทีตัวเองรัก เป็นต้น

เทคนิคการเขียนบทความ SEO ที่ประสบความสำเร็จ

1

        เมื่อโลกยุคอินเตอร์เน็ตก้าวไปไวมากขึ้นกว่าที่คิด เรื่องของการทำงานต่างๆ ทุกวันนี้ก็อยู่บนโลกออนไลน์กันมากขึ้น การเขียนบทความจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้โลกของอินเตอร์เน็ตก้าวไปได้ไกล ยิ่งในโลกของธุรกิจทุกวันนี้ต้องมีการรู้จักปรับตัวในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ช่องทางการหาลูกค้าสามารถทำได้ง่ายขึ้นผ่านอินเตอร์เน็ต การเขียนบทความประเภท SEO หรือ Search Engine Optimization กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าการเชียนบทความประเภทนี้สามารถสร้างยอดขายหรือสร้างรายรับให้กับเจ้าของเว็บไซต์ได้ แล้วจะต้องเขียนบทความ SEO อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ลองมาดูเทคนิคดีๆ ดังต่อไปนี้

  1. ต้องรู้จักการใช้คีย์เวิร์ด – คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งที่จะทำให้การค้นหาของคนทั่วไปเข้าถึงง่ายที่สุด เพราะเวลาคนเราเข้ามาหาอะไรในอินเตอร์เน็ตก็มักที่จะต้องค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะฉะนั้นการจับคีย์เวิร์ดจึงเป็นเรื่องสำคัญว่าบทความ SEO ของเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ พูดง่ายๆ คือหากต้องการเขียนเรื่องอะไรก็ต้องพยายามใส่คีย์เวิร์ดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเข้าไปในบทความด้วย เพื่อให้เวลาค้นหาคีย์เวิร์ดจะเป็นตัวช่วยทำให้บทความของเราโดดเด่นและมีคนสนใจมากขึ้นเพราะว่าถูกค้นหาเจอได้ง่ายจากคีย์เวิร์ดที่ใช้
  2. เขียนสำนวนให้ดูน่าสนใจ – คำว่าน่าสนใจในที่นี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นภาษาที่ถูกประดิดประดอยจนดูเกินความเป็นจริง แต่คำว่าน่าสนใจหมายถึงว่าให้เขียนในสไตล์ของตัวเองที่เวลาตัวเองอ่านแล้วรู้สึกไหลลื่น น่าเข้ามาอ่าน ไม่เขียนวกไปวนมา หรือใช้คำซ้ำๆ มากจนเกินพอดีจะทำให้บทความอ่านแล้วงุนงงและเกิดความไม่น่าสนใจ
  3. เขียนให้กระชับ อ่านแล้วเข้าใจง่าย – สิ่งที่ต้องเข้าใจอีกอย่างของการเขียนบทความ SEO ก็คือคนที่เข้ามาอ่านส่วนใหญ่นั้นอาจจะไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ แต่ต้องการเข้ามาเพื่อค้นหาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะฉะนั้นจุดเด่นที่จะทำให้บทความน่าสนใจอีกอย่างก็คือ เนื้อหาของบทความจะต้องไม่ยาวจนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าสั้นจนอ่านไม่เข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อ ให้ดูเรื่องที่ต้องการจะเขียนและใช้จำนวนคำตามความเหมาะสม
  4. ไม่คัดลอกบทความคนอื่น – เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากสำหรับการเขียนบทความ SEO เรียกว่าเป็นอีก 1 หัวใจเลยก็ว่าได้สำหรับบทความที่เขียนนั้นควรเป็นบทความที่สด ใหม่ คิดด้วยแนวคิดและวิธีการเขียนที่เป็นของตัวเอง หากว่ามีข้อความวิชาการหรือบทสัมภาษณ์บางอย่างที่จำเป็นต้องใช้และจำเป็นต้องคัดลอกก็ควรที่จะใส่เครดิตลงท้ายหลังจบบทความช่วงนั้นเอาไว้ด้วย แต่ในท้ายที่สุดทุกอย่างควรออกมาเป็นสำนวนของตัวเองเพื่อป้องกันเรื่องของลิขสิทธิ์ด้วย