บทความให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกยังไงให้ประสบความสำเร็จ

1

edfawf

 

เมื่อพ่อแม่ทุกคนมีลูกแน่นอนว่าการเลี้ยงดูถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนนั้นยินดีที่จะกระทำให้เพียงเพื่อขอให้ลูกๆ ของพวกเขานั้นเจริญเติบโตขึ้นมาอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ ถึงกระนั้นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนมีความคาดหวังและมีความต้องการอยู่เสมอก็คือ นอกจากจะให้เด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นมาด้วยการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ก็ย่อมอยากที่จะให้เขาเป็นคนดีด้วยเช่นเดียวกัน แล้วพ่อแม่เองจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อให้ลูกได้ดี ลองมาศึกษาวิธีการที่น่าสนใจกัน

  1. ใช้เหตุผลในการเลี้ยงดู – การทำให้เขารู้จักซึมซับการใช้เหตุและผลจะทำให้เด็กรู้สึกว่าไม่ว่าจะกระทำเรื่องอะไรก็แล้วแต่มันจำเป็นจะต้องมีเหตุและผลด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรตามใจตัวเองได้เสมอไป เพราะการเลี้ยงแบบตามใจโดยปราศจากเหตุผลที่ดีจะทำให้เด็กติดนิสัยเคยตัวจนไร้ซึ่งเหตุผลในการใช้ชีวิตข้างหน้า
  2. สอนให้รู้จักผิดชอบชั่วดี – การสอนในความจริงที่ว่าสิ่งไหนดีและสิ่งไหนไม่ดีคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนรู้ว่าเมื่อทำดีผลตอบรับที่ได้คืออะไร และถ้าหากทำไม่ดีผลตอบรับที่ได้จะเป็นอย่างไร โดยกรสอนแบบนี้ควรสอนในสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่สอนแบบจินตนาการหรือชอบทำเป็นคำพูดคำจาหลอกๆ เพื่อให้เด็กแค่รู้สึกกลัวในช่วงเวลานั้น
  3. เข้าใจในความคิดของลูกด้วย – แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กแต่บางครั้งเด็กๆ เหล่านี้กลับรู้สึกว่าตัวเองโตมากพอที่จะมีความคิดเป็นของตัวเองบ้าง และต้องการที่จะนำเสนอความคิดต่างๆ ให้กับพ่อแม่ได้รับรู้ สำหรับผู้เป็นพ่อแม่เองเมื่อลูกมีการออกความคิดเห็นหรือนำเสนอก็ควรที่จะรับฟังพร้อมกับพิจารณาดูบ้าง ไม่ใช่จะเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นหลัก เพราะเมื่อทำแบบนี้เด็กจะรู้สึกไม่อยากคิด ไม่อยากเสนอความคิดเห็นใดๆ ทั้งสิ้น
  4. สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกอยู่เสมอ – เด็กเมื่อช่วงเวลาก้าวผ่านในแต่ละวัยนั้นพฤติกรรมต่างๆ ก็ย่อมที่จะเปลี่ยนแปลงไป นี่เป็นสิ่งที่พ่อแม่เองต้องคอยสังเกตสิ่งเหล่านี้จากลูกอยู่ตลอดเวลาว่าในช่วงอายุแบบนั้นมีสิ่งอะไรที่ผิดปกติไปจากที่เคยเป็นหรือไม่ ถ้าหากมีพฤติกรรมที่แปลกหรือไม่น่าไว้ใจให้รีบพูดคุยกับลูกด้วยถ้อยคำสุภาพและใช้เหตุผลในทันที อย่าปล่อยปะละเลยเอาไว้นาน
  5. ให้โอกาสเขาได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบ – เด็กๆ ทุกคนย่อมมีสิ่งที่รักและชอบแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจจะเป็นไปด้วยวุฒิภาวะที่ตามวัยหรือความชอบส่วนตัวก็ตามแต่ หากไม่ใช่สิ่งที่เสียหายก็ควรที่จะปล่อยให้เขาได้มีโอกาสได้ทำในสิ่งนั้นๆ ตามที่ต้องเองต้องการ

บทความดีๆ เกี่ยวกับการมองโลกในแง่ดี

1

positivewqfwq

 

การสร้างความสุขให้กับตัวเองนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะคนเราไม่ว่าจะยากดีมีจน หรือ รวยล้นฟ้าแค่ไหนสุดท้ายแล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิตก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความตายอยู่ดี การพยายามทำให้ตัวเองมีความสุขจึงถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรที่จะทำมากกว่าสิ่งอื่นใด การมองโลกในแง่ดีเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้นมากได้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามองทุกอย่างบนโลกใบนี้ด้วยแนวความคิดที่ดี ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่สามารถที่จะมาทำลายความรู้สึกของเราได้ แล้วจะทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองเป็นคนมองโลกในแง่ดีและมีความสุขได้ ตรงนี้มีคำตอบ

  1. ต้องรู้จักอารมณ์ของตัวเอง – คนแต่ละคนนั้นมีอารมณ์หรือนิสัยใจคอที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งนั่นถือว่าเป็นสิ่งที่เฉพาะตัวของแต่ละคนที่ใครก็ไม่สามารถจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงได้นอกจากตัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นหากต้องการเป็นคนมองโลกในแง่ดีสิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือทำความเข้าใจกับอารมณ์ของตัวเองเสียก่อนว่าจริงๆ แล้วตัวเองนั้นเป็นคนอารมณ์แบบไหน ถ้าหากเป็นคนขี้หงุดหงิดบ่อย โมโหง่าย นี่คือสิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพราะถ้าหากเป็นแบบนี้ยังไงเสียคุณก็ไม่มีทางมองโลกในแง่ดีได้อย่างแน่นอน พูดง่ายๆ ว่าต้องรู้จักแก้นิสัยอารมณ์ที่ไม่ดีของตัวเองออกไป
  2. พยายามคิดในเรื่องที่เป็นบวกเข้าไว้ – การคิดที่เป็นบวกก็คือให้คิดในด้านดีๆ ของเรื่องดังกล่าวที่เราได้ประสบพบเจอมาแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวที่ย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม อาทิ คุณพ่อเสียชีวิตแน่นอนว่ามันคือความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่และทุกคนจะต้องโศกเศร้า แต่ถ้าหากมองในมุมบวกก็คือมนุษย์ทุกคนยังไงเสียก็ต้องมีวันนี้ที่มาถึงเป็นของตัวเองอยู่ดี เพราะฉะนั้นทำจิตใจให้สงบแล้วเดินหน้าต่อไปดีกว่า แบบนี้ถือว่าเป็นการพลิกวิธีคิดจากเรื่องร้ายๆ ให้กลับมาคิดในด้านบวกและชีวิตก็จะรู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น
  3. คิดและทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าสร้างความสุขให้กับชีวิต – ชีวิตคนเรามันสั้นนักเพราะฉะนั้นอะไรที่คิดว่าคือความสุขของตัวเองเมื่อรู้ดีแล้วก็ให้รีบทำ อย่างไรก็ตามความสุขที่ว่านี้จะต้องไม่ไปเดือดร้อนหรือไปกระทบกระเทือนต่อการใช้ชีวิตของคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่ามีความสุขกายและสุขใจที่ได้คิดและกระทำในสิ่งที่เราชื่นชอบ อาทิ เป็นคนชอบท่องเที่ยวเมื่อมีโอกาสก็อย่าลืมที่จะออกไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ตัวเองต้องการ หรือเป็นคนชอบงานศิลปะก็ให้ทำในสิ่งทีตัวเองรัก เป็นต้น

เทคนิคการเขียนบทความ SEO ที่ประสบความสำเร็จ

1

        เมื่อโลกยุคอินเตอร์เน็ตก้าวไปไวมากขึ้นกว่าที่คิด เรื่องของการทำงานต่างๆ ทุกวันนี้ก็อยู่บนโลกออนไลน์กันมากขึ้น การเขียนบทความจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้โลกของอินเตอร์เน็ตก้าวไปได้ไกล ยิ่งในโลกของธุรกิจทุกวันนี้ต้องมีการรู้จักปรับตัวในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ช่องทางการหาลูกค้าสามารถทำได้ง่ายขึ้นผ่านอินเตอร์เน็ต การเขียนบทความประเภท SEO หรือ Search Engine Optimization กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าการเชียนบทความประเภทนี้สามารถสร้างยอดขายหรือสร้างรายรับให้กับเจ้าของเว็บไซต์ได้ แล้วจะต้องเขียนบทความ SEO อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ลองมาดูเทคนิคดีๆ ดังต่อไปนี้

  1. ต้องรู้จักการใช้คีย์เวิร์ด – คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งที่จะทำให้การค้นหาของคนทั่วไปเข้าถึงง่ายที่สุด เพราะเวลาคนเราเข้ามาหาอะไรในอินเตอร์เน็ตก็มักที่จะต้องค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะฉะนั้นการจับคีย์เวิร์ดจึงเป็นเรื่องสำคัญว่าบทความ SEO ของเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ พูดง่ายๆ คือหากต้องการเขียนเรื่องอะไรก็ต้องพยายามใส่คีย์เวิร์ดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเข้าไปในบทความด้วย เพื่อให้เวลาค้นหาคีย์เวิร์ดจะเป็นตัวช่วยทำให้บทความของเราโดดเด่นและมีคนสนใจมากขึ้นเพราะว่าถูกค้นหาเจอได้ง่ายจากคีย์เวิร์ดที่ใช้
  2. เขียนสำนวนให้ดูน่าสนใจ – คำว่าน่าสนใจในที่นี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นภาษาที่ถูกประดิดประดอยจนดูเกินความเป็นจริง แต่คำว่าน่าสนใจหมายถึงว่าให้เขียนในสไตล์ของตัวเองที่เวลาตัวเองอ่านแล้วรู้สึกไหลลื่น น่าเข้ามาอ่าน ไม่เขียนวกไปวนมา หรือใช้คำซ้ำๆ มากจนเกินพอดีจะทำให้บทความอ่านแล้วงุนงงและเกิดความไม่น่าสนใจ
  3. เขียนให้กระชับ อ่านแล้วเข้าใจง่าย – สิ่งที่ต้องเข้าใจอีกอย่างของการเขียนบทความ SEO ก็คือคนที่เข้ามาอ่านส่วนใหญ่นั้นอาจจะไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ แต่ต้องการเข้ามาเพื่อค้นหาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะฉะนั้นจุดเด่นที่จะทำให้บทความน่าสนใจอีกอย่างก็คือ เนื้อหาของบทความจะต้องไม่ยาวจนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าสั้นจนอ่านไม่เข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อ ให้ดูเรื่องที่ต้องการจะเขียนและใช้จำนวนคำตามความเหมาะสม
  4. ไม่คัดลอกบทความคนอื่น – เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากสำหรับการเขียนบทความ SEO เรียกว่าเป็นอีก 1 หัวใจเลยก็ว่าได้สำหรับบทความที่เขียนนั้นควรเป็นบทความที่สด ใหม่ คิดด้วยแนวคิดและวิธีการเขียนที่เป็นของตัวเอง หากว่ามีข้อความวิชาการหรือบทสัมภาษณ์บางอย่างที่จำเป็นต้องใช้และจำเป็นต้องคัดลอกก็ควรที่จะใส่เครดิตลงท้ายหลังจบบทความช่วงนั้นเอาไว้ด้วย แต่ในท้ายที่สุดทุกอย่างควรออกมาเป็นสำนวนของตัวเองเพื่อป้องกันเรื่องของลิขสิทธิ์ด้วย

ประเภทของบทความที่ควรทำความเข้าใจ

2

     เรามักจะได้ยินบ่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องของบทความ เช่น เคยอ่านบทความนี่หรือไม่, ใครเป็นคนเขียนบทความนี้, บทความนี้น่าสนใจมากๆ เลย, บทความนี้ตลกมาก และอีกมากมาย แต่อันที่จริงอาจจะยังไม่มีใครรู้ว่าประเภทของบทความทั้งหมดที่มีอยู่นั้นมีกี่ประเภท ลองมาค่อยๆ ทำความรู้จักประเภทของบทความเพื่อที่ว่าเวลาเจอบทความครั้งต่อไปจะสามารถแยกได้ว่านี่คือบทความประเภทไหน

  1. บทบรรณาธิการ – บางคนมักจะเรียกว่าเป็นบทนำ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ใช่เป็นบทความโดยตรงแต่จะอยู่หน้าแรกๆ ของหนังสือมากกว่า เป็นบทความที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
  2. บทความวิเคราะห์วิจารณ์ – เป็นบทความที่นำเรื่องราวต่างๆ มาเขียนพร้อมทั้งนำเสนอความเห็นออกมา ซึ่งความเห็นที่ว่านี้อาจจะเป็นความเห็นจากข้อมูลที่ได้ศึกษามาหรือจากความคิดเห็นส่วนตัวก็ได้เช่นเดียวกัน จะมีการนำมาตีแผ่ว่าเรื่องที่นำมาเสนอนั้นเป็นอย่างไร ดีหรือไม่
  3. บทความเชิงวิชาการ – บทความประเภทนี้จะถือได้ว่าเป็นบทความที่เขียนยากมากๆ เพราะการข้อมูลในการนำมาเขียนนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ถูกต้อง สามารถสร้างความรู้ให้กับผู้อ่านได้ดีและถูก สามารถนำไปเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลในเรื่องต่างๆ ได้ เน้นการเขียนเชิงสร้างความรู้เป็นหลัก
  4. บทความประเภทสัมภาษณ์ – จะเป็นลักษณะของการตั้งคำถามแล้วไปสัมภาษณ์คนที่ต้องการให้ตอบคำถาม เมื่อสัมภาษณ์เสร็จจึงนำมาลงเป็นบทความ บทความประเภทนี้ข้อความของคนที่ถูกให้สัมภาษณ์นั้นจะต้องครบถ้วน ห้ามผิดเพี้ยน คนให้สัมภาษณ์พูดอย่างไรก็ต้องเขียนไปตามนั้น
  5. บทความประเภทชีวประวัติ – เป็นบทความที่มักจะเขียนถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเน้นการเล่าเรื่องของสิ่งๆ นั้นตั้งแต่อดีตมาจนถึงในยุคปัจจุบันว่ามีเหตุการณ์หรือเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่มีความน่านับถือ บุคคลที่ได้รับการยกย่อง บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือถ้าหากไม่ใช่บุคคลบางครั้งบทความประเภทนี้ก็จะถูกเรียกว่า บทความสารคดี ได้เช่นเดียวกัน
  6. บทความทั่วไป – เป็นบทความที่ไมได้มีแนวทางในการเขียนว่าจะต้องออกมาในลักษณะไหน ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องราวจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนหรือไม่ก็อาจจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไปที่สามารถสร้างความรู้ให้กับคนที่เข้ามาอ่านได้ หรืออาจจะเป็นเรื่องเบาสมองที่ทำให้ไม่เครียด
  7. บทความโฆษณา – จะเป็นบทความที่เน้นผลทางธุรกิจเป็นหลัก มีการเขียนเพื่อเสนอ เชิญชวน โปรโมท ให้คนเข้ามาสนใจและมีการใช้คำพูดที่โดดเด่นเป็นที่จดจำของคนอ่านด้วย
  8. บทความสร้างแรงบันดาลใจ – บทความประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นบทความที่เขียนในเชิงบวก เป็นบทความที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างแรงกระตุ้น แรงบันดาลใจดีๆ ให้กับผู้ที่ได้อ่าน ให้คิดบวกมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

 

5 ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนจากบทความ

2

      ในยุคสมัยที่โลกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนต้องติดจรวดตามไปด้วยทั้งนั้นทั้งการติดต่อสื่อสาร การรับรู้ข่าวสาร การศึกษาหาข้อมูล และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากความรวดเร็วแล้วยังต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อนด้วย การเขียนบทความจึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจกันมากขึ้น เรามักจะเห็นบทความได้มากมายจากหลายๆ แหล่งไม่ว่าจะเป็นในเว็บไซต์ ในแผ่นพับ ป้ายโฆษณา และอีกมากมาย ลองมาดู 5 ประโยชน์ที่จะได้รับจากบทความว่ามีอะไรบ้าง

  1. ช่วยสร้างการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี – แน่นอนว่าการอ่านทุกประเภทย่อมสร้างความรู้ให้ผู้อ่านอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะฉะนั้นบทความเองก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการอ่านของแต่ละคน ซึ่งนอกจากผู้อ่านจะได้ความรู้จากบทความนั้นๆ แล้ว ผู้เขียนเองก็ได้ความรู้จากการหาข้อมูลต่างๆ มาเขียนบทความเช่นเดียวกัน เพราะก่อนที่จะเขียนบทความใดๆ หนึ่งได้ผู้เขียนเองก็ต้องศึกษาจนช่ำชองในระดับหนึ่งเช่นเดียวกัน บทความจึงสร้างความรู้ได้ทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน
  2. สร้างอาชีพให้กับผู้ที่มีความสามารถ – แม้การเขียนบทความอาจจะดูว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วการเขียนบทความที่ดีได้นั้นผู้เขียนเองนอกจากจะต้องมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดแล้ว ศิลปะในการเขียนบทความก็เป็นสิ่งที่ต้องแฝงอยู่ในตัวบุคคลไม่ใช่น้อย รวมไปถึงการหมั่นฝึกฝนและรู้จักการปรับปรุงแก้ไขบ่อยๆ เมื่อมีทุกอย่างมารวมกันครบก็สามารถที่จะหารายได้จากการเขียนบทความได้ไม่ยาก หลายคนเลือกทำอาชีพนักเขียนบทความเป็นอาชีพในการหาเลี้ยงตัวเองเลยด้วยซ้ำ ทุกวันนี้เองทั้งเว็บไซต์ ทั้งสื่อโฆษณา ทั้งบริษัทหลายๆ แห่งก็ต้องการตัวนักเขียนบทความดีๆ เพื่อขยายธุรกิจทั้งสิ้น
  3. สามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ – คนเราเมื่อเจอแรงบันดาลใจจากบทความดีๆ หรือเจอแนวคิดดีๆ จากบทความก็สามารถที่จะนำสิ่งที่ได้ตรงนั้นไปต่อยอดให้กับชีวิตได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต การทำงาน การศึกษา และอื่นๆ บางครั้งคนเราเองก็ต้องการแรงกระตุ้นบางอย่างในชีวิตเพื่อทำสิ่งต่างๆ ด้วย
  4. เพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ – ทุกวันนี้เองหลายๆ ธุรกิจเริ่มที่จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายของตัวเองผ่านเว็บไซต์ด้วย การที่จะทำให้เว็บไซต์น่าสนใจได้นั้นก็จำเป็นที่จะต้องมีบทความดีๆ เพื่อให้คนเข้ามาติดตาม เมื่อคนเข้ามาติดตามเว็บไซต์มากๆ ก็มีโอกาสที่สินค้าจะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากเช่นเดียวกัน
  5. ทำให้คนรักการอ่านกันมากขึ้น – ด้วยการที่บทความเป็นการเขียนที่ไม่ได้มีเนื้อหาเยอะเกินไป ไม่เหมือนกับการเขียนหนังสือที่รายละเอียดและตัวหนังสือจะเยอะกว่า ทำให้หลายคนไม่อยากจะอ่าน แต่เมื่อเป็นบทความตัวหนังสือน้อย สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย มีความกระชับ ทำให้คนชอบอ่านมากกว่าและช่วยให้เป็นคนรักการอ่านขึ้นมาได้

เรียนรู้วิธีการเขียนบทความให้ออกมาดี และชวนให้หน้าอ่าน

2

          ซึ่งการเขียนบทความเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ เพราะหลักการเขียนบทความทุกคนมีติดตัวมาตลอด การเขียนบทความก็เหมือนการเขียนเรียงความ ในแต่ละหัวข้อที่ได้รับมา เราต้องตีโจทย์หัวข้อนั้นให้ออก เพื่อจะได้มีเรื่องในการเขียนบทความนั้น และต้องไม่ซ้ำคนอื่นให้มาก ขอแค่มีความคิดเป็นของตัวเอง คุณก็จะสามารถเขียนบทความที่ดี และมีความหมายออกมาข้องจองกับเรื่องมากที่สุด และเป็นบทความที่ดี

เขียนบทความยังไงให้หน้าอ่าน และมีเรื่องที่หน้าสนใจ

            โดยบทความหนึ่งจะประกอบไปด้วย ชื่อเรื่อง บทนำ เนื้อหาของเรื่องที่เขียน  สรุปเรื่อง แหล่งอ้างอิงที่มาของเรื่อง(ถ้าหากมี) เพราะชื่อเรื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อการเขียนเรื่องนั้นให้ผู้อ่านได้รู้ ว่าคุณกำลังจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร บทนำจะเป็นตัวเริ่มเรื่องให้คนที่อ่านรู้เนื้อหาของเรื่องประมานหนึ่ง  เนื้อหาของเรื่องจะเป็นสิ่งที่เล่าประวัติของเรื่องที่กำลังเขียนอยู่ในแบบละเอียด และแบ่งการย่อหน้าอย่างเหมาะสมในการเขียน บทสรุปจะอยู่ในส่วนสุดท้ายของเรื่อง เป็นการสรุปบทความที่เขียนมาว่ามีความหมายอย่างไรต่อเรื่อง แหล่งอ้างอิงส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีให้เห็น เพราะเรื่องที่นำมาเขียนบางที่มีแหล่งที่มาจากหนังสือ แต่ไม่ค่อยออกนามให้ผู้อ่านได้รู้จึงไม่ค่อยเห็นในส่วนมาก  เพราะการมีชื่อเรื่อง บทนำ เนื้อหา สรุป เป็นสิ่งที่ต้องใช้ในการดำเนินเรื่องของบทความ ที่ต้องมีในการเขียนบทความหนึ่ง

ขั้นตอนการเขียนบทความมีดังนี้

  • เลือกเรื่องที่เขียน คือหาเรื่องที่เป็นความรู้มาเขียน หรือประเด็นที่กำลังเป็นที่ติดตามของผู้อ่าน
  • วางแผนเรื่องที่เขียน ต้องวางหลักในการเขียนว่าจะนำจุดไหนของเรื่องมานำเสนอ
  • เนื้อหาของเรื่อง จะต้องเป็นเนื้อหาที่ผู้อ่านได้ความรู้ และเข้าใจง่ายในบทความนั้น
  • สรุปเนื้อหา ต้องสรุปเน้นหาที่สำคัญของบทความออกมาให้ผู้อ่านไม่สับสน
  • การตรวจและแก้ไขเรื่อง นำบทความไปตรวจหาข้อผิดพลาด เช่น คำผิด หรือการจัดช่องไฟในการแบ่งวรรคนั้นของบทความ
  • นำบทความไปเผยแพร่ คือบทความที่ได้รับการตรวจออกมาแล้วว่าสามารถเผยแพร่ได้ และเป็นบทความที่ดีต่อผู้อ่าน และทำความเข้าใจง่าย

ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้บทความออกมาดีมีคุณภาพ และน่าอ่านมาขึ้นซึ่งได้เป็นการเรียนรู้ ของผู้ที่จะเริ่มเขียนบทความเบื้องต้นได้ หลักการต่างๆในการเขียนบทความมีไม่เยอะ แต่นำเสนอเรื่องเขียนออกมาเป็นสิ่งสำคัญ ให้ผู้ที่อ่านเข้าใจง่าย และใจเนื้อหาของเรื่องแบบไม่สับสน สามารถนำไปเป็นหลักการเขียนของตนเองได้

ช่องทางการสร้างรายได้จากบทความ

2

      สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับในสังคมปัจจุบันก็คือ เงิน จัดว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ต่อไป เมื่อต้องการเงินแน่นอนว่าก็ต้องทำงานเพราะงานคือสิ่งที่จะทำให้เรามีเงินเอาไว้กินไว้ใช้ได้อย่างไม่ลำบาก แต่การทำงานเองก็มีหลายอาชีพ ขึ้นอยู่กับว่าใครมีความจำเป็นหรือชื่นชอบที่จะเลือกทำอาชีพอะไร ถึงกระนั้นอาชีพอิสระหรืออาชีพฟรีแลนซ์ก็ยังคงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะว่าไม่จำเป็นต้องไปฟังคำสั่งใคร เพียงแค่ใช้ความสามารถของตัวเองที่มีอยู่ก็สามารถสร้างรายได้เข้ามาได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในอาชีพฟรีแลนซ์ที่คนมองว่าสามารถหารายได้ได้จริงนั่นก็คือ การเขียนบทความ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เขียนบทความเพื่อหารายได้  ลองมาดูช่องทางที่จะทำให้คุณได้เงินจากการเขียนบทความ

  1. สร้างบล็อก เพจ หรือเว็บไซต์เป็นของตัวเอง – การสร้างบล็อก เพจ หรือเว็บไซต์ของตัวเองแล้วโพสต์บทความของตัวเองลงไปถือเป็นวิธีการเริ่มแรกในการที่จะสร้างรายได้จากบทความที่เรามีอยู่ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่บล็อก เพจ หรือเว็บไซต์คุณติดตลาด มีคนเข้ามาอ่านบทความของคุณเยอะขึ้นจนเป็นที่รู้จัก เมื่อนั้นโฆษณาต่างๆ ก็จะเริ่มเข้ามาในบล็อก หรือในเว็บไซต์ รวมไปถึงคนที่สนใจจะจ้างนักเขียนก็สามารถที่จะติดต่อเพื่อจ้างคุณให้ไปเขียนบทความให้เขาก็เป็นได้
  2. เข้าไปตามเว็บไซต์สำหรับนักเขียน – สมัยนี้จะมีเว็บไซต์หรือแฟนเพจสำหรับคนที่มีความชื่นชอบในการเขียนบทความโดยเฉพาะ ซึ่งตัวคุณเองก็สามารถที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกเว็บไซต์หรือแฟนเพจเหล่านี้ได้ เพราะเมื่อคุณเข้าไปเขาก็จะเป็นกลุ่มของนักเขียนที่มีการซื้อขายบทความ การจ้างเขียนบทความ คุณเองก็สามารถที่จะสร้างรายได้จากตรงนี้ได้
  3. สร้างเพจสำหรับงานเขียนบทความโดยเฉพาะ – หากว่าต้องการที่จะเป็นนักเขียนบทความด้วยการหารายได้จริงๆ ก็สามารถที่จะสร้างแฟนเพจส่วนตัวของตัวเองเพื่อรับงานเขียนบทความโดยเฉพาะ เมื่อสร้างแล้วอาจจะพยายามแชร์ให้หลายๆ คนได้เห็นว่าเรามีความสามารถในการเขียนบทความ พอทำบ่อยๆ เข้าคนจะเริ่มรู้จักและมีการจ้างเขียนบทความขึ้นมา

กระนั้นสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับนักเขียนบทความทุกคนที่ต้องการสร้างรายได้จากอาชีพตรงนี้คือต้องรู้จักการตรงต่อเวลา มีความอ่อนน้อมถ่อมตนพร้อมที่จะแก้ไขงานเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง และที่สำคัญบทความที่เขียนนั้นต้องเป็นบทความของตัวเอง ไม่คัดลอกหรือดัดแปลงบทความของใครมาทั้งสิ้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณคัดลอกบทความคนอื่นมาก็เหมือนกับคุณทำลายอาชีพของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รู้จักแหล่งแจกบทความฟรีเพื่อคนรักการอ่าน

2

       การเขียนบทความหลายคนอาจจะดูว่าเป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนัก แค่รู้จักการศึกษาหาความรู้มากๆ และพยายามเอามาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือโดยการสรุปย่อเพื่อให้คนอ่านเข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ถูกต้องแต่ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด เพราะการเขียนบทความเองก็มีอยู่หลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับการเขียนและความถนัดของแต่ละบุคคล รวมไปถึงชั้นเชิงในการพยายามที่จะเรียงร้อยเรื่องราวให้ออกมาน่าสนใจไม่ใช่คิดแต่ว่าเอาความรู้ที่มีมาเขียนบรรยายให้คนอื่นได้อ่าน เพราะต่อให้ความรู้ดี ความรู้แน่น แต่ขาดทักษะในการเขียนบทความก็จะดูไม่น่าอ่าน เมื่อดูไม่น่าอ่านก็จะกลายเป็นบทความที่คนไม่สนใจ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่แม้หลายคนจะมีความรู้แต่ไม่พร้อมที่จะเขียนบทความ การพยายามหาบทความฟรีเพื่อให้ได้มาใช้ประโยชน์จึงกลายเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจ

เมื่อพูดถึงบทความฟรีนั้นก็ต้องมองหาถึงแหล่งที่มาว่าสามารถหาได้จากที่ไหนบ้าง เพราะบทความที่ต้องการนั้นก็แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเรื่องราวซึ่งการหาบทความฟรีนั้นในปัจจุบันก็จะนิยมค้นหาตามเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งหลายๆ เว็บไซต์เองก็มีบทความฟรีดีๆ มาแจกจ่างเพื่อเป็นวิทยาทานความรู้ให้กับผู้ที่สนใจได้ดาวน์โหลดหรือคัดลอกไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยเว็บไซต์ที่มักมีบทความดีๆ มาแจกให้ฟรีบ่อยๆ อาทิ www.freedomcontent.com, www.haijai.com, www.wewrite4you.wordpress.com, www.vcharkan.com, www.sudoeste2012.com, www.sara-dd.com ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของเว็บไซต์ที่มีบทความดีๆ มาแจกให้ฟรีอยู่เสมอ ส่วนใหญ่บทความที่เว็บไซต์เหล่านี้แจกก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าต้องการบทความประเภทไหนก็ลองเลือกหาเว็บไซต์ที่แจกบทความในลักษณะนั้นๆ เว็บที่กล่าวก่อนหน้านี้จะเป็นเว็บไซต์ที่แจกบทความภาษาไทย หากว่าต้องการบทความภาษาอังกฤษก็จะมีตัวอย่างเว็บไซต์ที่แจกบทความ เช่น www.ezinearticles.com, www.marniemarcus.com, www.biz-whiz.com, www.articlecity.com, www.family-content.com, www.isnare.com, www.powerhomebiz.com, www.rlrouse.com, www.buzzle.com เป็นต้น เว็บเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วหากเป็นคนไทยเองก็มักกกจะนำเอาบทความของเขามาเปลี่ยนเป็นภาษาไทยอีกทีเพื่อให้คนไทยเองอ่านง่ายและเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย

อย่างที่กล่าวไปว่าบทความในปัจจุบันนั้นหากต้องการบทความฟรีส่วนใหญ่ก็มาจากเว็บไซต์แต่ถึงกระนั้นการที่จะหาเว็บไซต์มาโหลดบทความมาใช้นั้นก็ต้องดูเรื่องของลิขสิทธิ์ เพราะบางเว็บไซต์ก็มีไว้สำหรับเผยแพร่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้มีการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น หากไม่ดูให้ดีอาจมีปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์ จากที่จะได้บทความฟรีกลายเป็นว่าต้องมาเสียค่าปรับไปเสียอีก ทางที่ดีก็ลองค้นหาและพิจารณาให้ดีก่อนเลือกนำบทความจากเว็บเหล่านั้นมาใช้งาน